ระบบตอบแชทคลินิกราคาเท่าไหร่ถึงคุ้ม เทียบกับจ้างแอดมินเพิ่มอีกหนึ่งคน

คำถามที่เจ้าของคลินิกถามบ่อยที่สุดไม่ใช่ “ระบบนี้ทำอะไรได้บ้าง” แต่เป็น “เอาเงินก้อนนี้ไปจ้างคนเพิ่มดีกว่าไหม” — ซึ่งเป็นคำถามที่ถูก และตอบได้ด้วยการวางต้นทุนสองฝั่งลงบนกระดาษแผ่นเดียวกัน

ปัญหาของการเทียบสองทางนี้คือคนส่วนใหญ่เทียบไม่ครบ ฝั่งจ้างคนมักถูกนับแค่เงินเดือน ส่วนฝั่งระบบถูกนับเต็มจำนวนทั้งก้อน พอเทียบแบบนั้นก็ได้คำตอบเดิมทุกครั้งว่าจ้างคนถูกกว่า ทั้งที่ในการใช้งานจริงต้นทุนของทั้งสองฝั่งไม่ได้อยู่แค่ตรงนั้น

ต้นทุนของการตอบแชทด้วยคน มีอะไรบ้างที่มักไม่ถูกนับ

ลองไล่ทีละรายการ แล้วเติมตัวเลขของคลินิกคุณเองลงไป ตัวเลขในวงเล็บเป็นแค่ตัวอย่างให้เห็นวิธีคิด ไม่ใช่ค่ามาตรฐานของอุตสาหกรรม

  • เงินเดือนแอดมิน — ก้อนที่ทุกคนนับอยู่แล้ว
  • ค่าล่วงเวลาและกะดึก — ถ้าอยากให้มีคนตอบหลังคลินิกปิด ต้องมีคนอยู่จริงในช่วงนั้น ไม่ใช่แค่ให้แอดมินคนเดิมเปิดมือถือดูตอนอยู่บ้าน ซึ่งเป็นข้อตกลงที่ไม่เคยอยู่ได้นาน
  • ค่าสอนงานและช่วงที่ยังตอบไม่แม่น — กว่าคนใหม่จะตอบเรื่องราคา เงื่อนไข และสิทธิ์ได้ถูกทุกครั้ง ใช้เวลาเป็นเดือน ระหว่างนั้นคือช่วงที่คลินิกเสียเคสจากการตอบพร่า ๆ โดยไม่มีใครนับ
  • ค่าเริ่มนับหนึ่งใหม่ตอนคนลาออก — ความรู้ทั้งหมดที่สอนไปอยู่ในหัวคนคนนั้น ไม่ได้อยู่กับคลินิก
  • เวลาของเจ้าของที่ต้องเข้ามาแก้เอง — ทุกครั้งที่แอดมินตอบผิดแล้วลูกค้าไม่พอใจ คนที่ต้องเข้ามาปิดเรื่องคือเจ้าของหรือผู้จัดการ ซึ่งเป็นเวลาที่แพงที่สุดในคลินิก

รวมแล้วต้นทุนต่อเดือนของ “การมีคนตอบแชท” มักสูงกว่าตัวเลขเงินเดือนที่คิดไว้ตอนแรกพอสมควร และที่สำคัญคือมันซื้อเวลาทำการได้แค่ช่วงที่คนคนนั้นอยู่เท่านั้น

ต้นทุนอีกก้อนที่มองไม่เห็นในบัญชี — เคสที่หลุดไป

ก้อนนี้ไม่มีใบเสร็จ แต่เป็นก้อนที่ใหญ่ที่สุดสำหรับคลินิกที่ยิงแอดอยู่ ลองคิดง่าย ๆ ว่าคลินิกจ่ายค่าโฆษณาเพื่อให้คนทักเข้ามา ทุกข้อความที่เข้ามาจึงมีต้นทุนติดตัวมาแล้วตั้งแต่ก่อนแอดมินจะได้อ่าน

ถ้าข้อความที่เข้ามาตอนสี่ทุ่มถึงเช้าไม่มีใครตอบ ต้นทุนค่าโฆษณาของข้อความชุดนั้นจ่ายไปแล้วเต็มจำนวน แต่โอกาสปิดเหลือเท่าไหร่ขึ้นอยู่กับว่าเช้าวันรุ่งขึ้นเขายังไม่ได้จองที่อื่นหรือเปล่า — ในสายความงามที่คนทักสามสี่คลินิกพร้อมกันในฟีดเดียว คำตอบมักไม่ค่อยดี (เขียนไว้ละเอียดในบทความ คนไข้ทักคลินิกตอนดึกแล้วไม่มีใครตอบ เสียเคสตรงไหนบ้าง)

วิธีประเมินที่ใช้ได้จริงโดยไม่ต้องเดา: เปิดกล่องข้อความของเดือนที่แล้ว นับจำนวนข้อความที่เข้ามานอกเวลาทำการ แล้วเทียบกับสัดส่วนการปิดเคสในเวลาทำการของคลินิกเอง ตัวเลขที่ได้คือมูลค่าที่คุณกำลังปล่อยผ่านทุกเดือน ไม่ใช่ตัวเลขที่ใครมาบอก

แล้วฝั่งระบบตอบแชท ต้นทุนจริงคืออะไร

ค่ารายเดือนเป็นก้อนที่เห็นชัดอยู่แล้ว สิ่งที่ควรถามเพิ่มก่อนตัดสินใจคือสามข้อนี้ เพราะเป็นจุดที่ทำให้ราคาที่เห็นตอนแรกกับที่จ่ายจริงไม่ตรงกัน

  1. มีค่าติดตั้งแยกไหม และงานติดตั้งครอบคลุมถึงไหน — การเก็บข้อมูลราคา เงื่อนไข และคำถามที่ถูกถามซ้ำของคลินิกเข้าระบบ คืองานที่กินเวลาที่สุดของโครงการ ถ้าคนขายบอกว่า “เปิดใช้ได้เลยวันนี้” แปลว่างานส่วนนี้ยังไม่มีใครทำ แล้วมันจะกลับมาอยู่บนโต๊ะคุณ
  2. คิดเงินตามอะไร — ตามจำนวนข้อความ ตามจำนวนบทสนทนา หรือคงที่รายเดือน ถ้าคิดตามข้อความ เดือนที่ยิงแอดหนักจะกลายเป็นเดือนที่บิลบานโดยที่คุณคุมไม่ได้
  3. ใครแก้ข้อมูลตอนโปรเปลี่ยน — ถ้าทุกครั้งที่เปลี่ยนโปรต้องส่งอีเมลให้ทีมซัพพอร์ตแล้วรอสองวัน ต้นทุนที่แท้จริงคือความช้านั้น ไม่ใช่ค่ารายเดือน

ของ AIB Clinic เองคิดเป็นรายเดือนคงที่ ไม่มีค่าติดตั้ง และนับ 1 บทสนทนาเท่ากับลูกค้า 1 คนใน 24 ชั่วโมง จะคุยกันกี่สิบข้อความก็นับครั้งเดียว — รายละเอียดทั้งหมดอยู่ที่หน้า แพ็กเกจและราคา

เทียบสองทางบนกระดาษแผ่นเดียว

หัวข้อจ้างแอดมินเพิ่ม 1 คนระบบตอบแชท
ชั่วโมงที่ครอบคลุมตามกะที่จ้าง24 ชม. ทุกวัน
ตอบพร้อมกันหลายห้องทีละห้องพร้อมกันทุกห้อง
คุณภาพคำตอบขึ้นกับคนและกะชุดเดียวกันทุกครั้ง
ช่วงเรียนรู้งานเป็นเดือนอยู่ที่งานติดตั้งครั้งเดียว
ความรู้อยู่ที่ไหนในหัวคนอยู่กับคลินิก
เรื่องที่ต้องใช้วิจารณญาณทำได้ส่งต่อให้คน
ต่อรองราคา ปลอบคนไม่พอใจทำได้ไม่ทำ ส่งต่อทีมเสมอ

อ่านตารางนี้แล้วจะเห็นว่ามันไม่ใช่การเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง สองแถวล่างสุดคือเหตุผลที่คลินิกยังต้องมีคน และหกแถวบนคือเหตุผลที่คนคนนั้นไม่ควรต้องพิมพ์ตอบว่า “จอดรถตรงไหน” วันละสามสิบรอบ

เมื่อไหร่ที่ยังไม่ควรซื้อระบบ

ตอบตรง ๆ เพราะเป็นคำถามที่ควรถามก่อนจ่ายเงิน

  • เดือนหนึ่งมีคนทักไม่กี่คน — ถ้าแอดมินคนเดียวยังตอบไหวสบาย ๆ และไม่มีข้อความค้างข้ามคืนเลย เงินก้อนนี้เอาไปทำให้มีคนทักเพิ่มก่อนคุ้มกว่า
  • ยังไม่มีราคาหรือเงื่อนไขที่เขียนไว้ที่ไหนเลย — ระบบตอบได้เท่าที่คลินิกมีข้อมูล ถ้าทุกอย่างยังอยู่ในหัวคุณหมอคนเดียว งานแรกคือเขียนมันออกมา ไม่ใช่ซื้อระบบ
  • คาดหวังว่ามันจะปิดการขายแทน — สิ่งที่ระบบทำได้ดีคือตอบให้ครบ ถามต่อจนได้ข้อมูล แล้วส่งเคสให้ทีมพร้อมชื่อ เบอร์ และเวลาที่สะดวก ส่วนการปิดยังเป็นงานของคน

สรุปเป็นคำถามสามข้อที่ตอบเองได้

  1. เดือนที่แล้วมีข้อความเข้ามานอกเวลาทำการกี่ข้อความ
  2. ในนั้นมีกี่ข้อความที่เป็นคำถามซ้ำซึ่งตอบได้จากข้อมูลที่คลินิกมีอยู่แล้ว
  3. ถ้าคำถามชุดนั้นถูกตอบทันทีตั้งแต่ตอนที่เขาถาม จะเปลี่ยนอะไรกับจำนวนคิวของเดือนนั้น

ถ้าสามข้อนี้ตอบแล้วตัวเลขยังไม่คุ้ม ก็ยังไม่ต้องรีบ แต่ถ้าคุ้ม สิ่งที่ควรทำต่อไม่ใช่การหาระบบที่ถูกที่สุด แต่คือการหาระบบที่ยอมตั้งเส้นที่ไม่ข้ามให้ตั้งแต่วันติดตั้ง เพราะสำหรับสถานพยาบาล คำตอบที่เร็วแต่เกินขอบเขต แพงกว่าการไม่ตอบเลย

AIB Clinic ทำ AI Bot ตอบแชทให้คลินิกและสถานพยาบาลทุกสาย ตั้งเส้นที่ไม่ข้ามให้ตั้งแต่วันติดตั้ง

ปรึกษาทีมงาน

บทความอื่น

ข้อมูลคนไข้ที่ไหลผ่านกล่องแชท คลินิกต้องระวังอะไรบ้าง

กล่องแชทของคลินิกเก็บข้อมูลอ่อนไหวไว้มากกว่าที่คิด ทั้งอาการ รูปถ่าย และเบอร์ติดต่อ บทความนี้ไล่ให้เห็นว่าความเสี่ยงอยู่ตรงไหน และตั้งระบบตอบแชทยังไงให้ไม่เพิ่มความเสี่ยงเข้าไปอีก

อ่านบทความ

LINE OA ของคลินิก ตั้งให้ตอบเองได้แค่ไหน ก่อนต้องพึ่งระบบข้างนอก

เครื่องมือตอบอัตโนมัติที่ LINE OA มีให้อยู่แล้ว ทำอะไรได้และหยุดตรงไหน พร้อมสิ่งที่คลินิกต้องเตรียมก่อนเชื่อมระบบตอบแชทเข้ากับไลน์ของคลินิก

อ่านบทความ
ทัก Line